แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องจากพันทิป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรื่องจากพันทิป แสดงบทความทั้งหมด

ความรักคือมีความห่วงใยให้แก่กัน แม้จะโกรธกันอยู่

Love is caring for each other even when you're angry.


     เริ่มจากเราได้อ่านกระทู้หนึ่งในพันทิปของคุณแสนเชิงแล้วชอบมากๆค่ะ   ชื่อกระทู้  
"เล่าสู่กันฟัง...ทำไมไม่พูดกันดีๆ"
พูดถึงคนรักที่ทะเลาะแล้วโกรธงอน  ไม่ยอมพูดกัน   จนเวลาผ่านไป จากงอนกลายเป็นเลิกซะงั้น

     ความรักมันมีหลากหลายมิติ   เราก็เคยผ่านช่วงที่ใช้ทิฐินำหน้าความรู้สึกที่แท้จริง   เอ่ยคำพูดที่เอาแต่ใจตัวเอง  แต่โชคดีที่เราได้มีโอกาสอ่านหลายๆบทความที่น่าสนใจ   ซึ่งช่วยเรียกสติเรากลับคืนมาว่า  "เฮ้ย  เรื่องแค่นี้ก็เอามาเป็นเรื่องใหญ่ได้เลยเหรอ  ..ที่บอกลาเค้าเพราะหมดรักจริงหรือเพราะพูดไปตามอารมณ์?"
เราขอให้ใครที่กำลังโกรธงอนกับคนรักหรือคนในครอบครัว  ได้มีโอกาสกลับมาคุยกันดีๆค่ะ เพราะชีวิตเรามันสั้น  อย่าโกรธกันนานเลยเนาะ

ความรักคือมีความห่วงใยให้แก่กัน แม้จะโกรธกันอยู่
Love is caring each other even when you're angry.

เราขอยกข้อความของคุณแสนเชิง และหลายๆคอมเมนต์ที่น่าสนใจมาให้อ่านนะคะ

รัก 7 ปี ดี 7 หน - วิเคราะห์หนัง ...ถ้าอยากดูให้ลึก ก็ควรอ่าน

ใครไปดูหนังเรื่องนี้มาแล้วบ้างคะ  เป็นยังไงบ้าง
เราอ่านเจอเค้าพูดถึงหนังเรื่องนี้ในเว็บพันทิปค่ะ  เราว่าเค้าวิเคราะห์ออกมาได้ดีทีเดียวเกี่ยวกับหนังเรื่อง  รัก 7 ปี ดี 7 หน
เราคิดว่าหนังเรื่องนี้คงจะทำให้มุมมองของเราต่อความรักเปิดกว้างและหลากหลายมากขึ้นค่ะ
รัก 7 ปี ดี 7 หน  เป็นเรื่องราวความรักของคน  3 รุ่น 3 รูปแบบที่แตกต่างกันออกไปค่ะ
เรายังไม่ไปดู   แต่ฟังจากที่เค้าวิเคราะห์มาแล้ว   ทำให้เราชักอยากไปดูซะแล้วสิคะ

เนื้อเรื่องย่อ
"14"  กำกับโดย ปวีณ ภูริจิตปัญญา
ความรักของ ป่วน (จิรายุ ละอองมณี) และ มิลค์ (สุทัตตา อุดมศิลป์) ไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป ฉับพลันที่ป่วนตัดสินใจเปลี่ยน Status ใน Facebook เป็น ‘In Relationship’ ป่วนโพสต์คลิปเผยแพร่ความรักของตัวเองลงใน Youtube อย่างละเอียดยิบด้วยความภาคภูมิใจและเนิร์ดแฟน หลากหลายคอมเม้นต์ ความอยากรู้อยากเห็น และยอด Views ที่พุ่งอย่างไม่หยุดยั้ง ดึงป่วนให้ถลำลึกลงไปในโลกของฟีดแบ็คจากคนที่เขาไม่รู้จัก ส่วนคนที่เขารักนั้น ยิ่งนานวันเธอก็ยิ่งมีค่าน้อยกว่ายอดคลิก Like ในหน้า Wall Facebook ของเขา

คุณเคยทะเลาะกับแฟนด้วยเรื่องไร้สาระที่สุดเรื่องอะไรครับ??

เอามาจากพันทิป ห้องสยามค่ะ
อ่านไปด้วย  ยิ้มไปด้วย  บางเรื่องก็แอบคล้ายเรื่่องของเรา  ตลกดีค่ะ

ของเราเป็นเรื่องคุณลุง คุณป้างอนกันค่ะ
ลุง :   ไอ้หมูหวาน ออกไป(ลุงไล่หมาออกจากห้อง  ทีนี้ป้าก็งอน)
ป้า :   ทำไมไม่บอกมันดีๆล่ะ
ลุง :   ก็มันเป็นหมานี่  จะให้เรียกว่าคุณหมูหวานเหรอ??
ป้า :   ไม่ตอบ  งอน   สรุปออกไปจากห้องทั้งป้าทั้งหมาค่ะ

พวกเราก็แอบขำกัน เพราะรุ่นนี้แล้วยังมีงอนกันอยู่  น่ารักดีอ่ะ

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 10 : ประสบการณ์การทดลองส่วนตัวในการเรียนภาษาอังกฤษ

ตอนที่ 10  :   ประสบการณ์การทดลองส่วนตัวในการเรียนภาษาอังกฤษ
เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ http://www.pantip.com
ลิงค์บทความ :    http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10586407/K10586407.html
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านอีกครั้งน่ะครับ สำหรับบทความวันนี้จะเป็นเรื่องราวการทดลองของผมกับเพื่อนที่มหาลัย เมื่อหลายปีก่อน ในตอนนี้ผมจะยังไม่กล่าวถึงเรื่อง Input หรือ Output น่ะครับแต่จะเป็นการเล่าประสบการณ์การทดลองส่วนตัวในการเรียนภาษาอังกฤษของผมเอง

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 9 : มาต่อที่เรื่องของวัตถุดิบ หรือ Input(4)

ตอนที่ 9 :    มาต่อที่เรื่องของวัตถุดิบ หรือ Input(4)
เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ www.pantip.com
ลิงค์บทความ : http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10586407/K10586407.html
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ


สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ในตอนนี้ที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้นั้น ผมจะยังคงอยู่ที่เรื่องของ Input น่ะครับ แต่ก่อนที่ผมลงไปในรายละเอียอดอีกนั้น ผมขอย้ำให้ท่านผู้อ่านนั้นจะต้องพึงระลึกไว้ตลอดระหว่างเวลาการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองก่อนน่ะครับว่า ทุกๆอย่างนั้นจะต้องอาศัยเวลาและความเอาใจใส่

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 8 : มาต่อที่เรื่องของวัตถุดิบ หรือ Input(3)

ตอนที่ 8 :    มาต่อที่เรื่องของวัตถุดิบ หรือ Input(3)
เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ www.pantip.com
ลิงค์บทความ :    http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10586407/K10586407.html
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ

มาต่อที่เรื่องของ Input ต่อน่ะครับที่ผมยังกล่าวไม่จบจากครั้งก่อนๆ คราวนี้ นอกจากความสำคัญของการ ศึกษารูปประโยคและ การเลียนแบบการพูดการจา ของเจ้าของภาษาแล้วนั้น เรายังจะต้องมีการศึกษาหาความรู้ด้านวิชาการโดยใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมดเป็นสื่อการเรียนการรู้ครับ ท่านผู้อ่านสังเกตนะครับ เด็กไทยที่เรียนโรงเรียน นานาชาติย่อมได้ความสามารถทางภาษาอังกฤษที่รวดเร็วกว่า เด็กไทยที่เรียนโรงเรียนมาทั้งชีวิต แต่ไม่ได้หมายความว่าท่านผู้อ่านหรือผมเองจะไม่มีวันทำได้อย่างผู้ที่เรียน ต่างประเทศหรือนานาชาติมาน่ะครับ ผมจะตั้งข้อสังเกตให้ท่านผู้อ่านดูสักสองสามตัวอย่างน่ะครับ

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 7 : สิ่งที่ควรรู้ในการเรียนภาษาอังกฤษ

ตอนที่ 7 :     สิ่งที่ควรรู้ในการเรียนภาษาอังกฤษ
เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ  pantip.com
ลิงค์บทความ :   http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10586407/K10586407.html
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน ผมขอภัยด้วยที่หายไปวันสองวัน เพราะมีภาระกิจที่จะต้องทำอยู่หลายอย่างด้วยกัน และก็ขอขอบคุณทุกๆคนเลยน่ะครับที่ช่วยกันโหวตเพื่อไม่ให้กระทู้หล่น เพื่อที่ท่านผู้อ่านท่านอื่นๆจะได้กระทู้ของผมได้ง่ายๆ จะได้แบ่งปันประสบการณ์ในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยกัน ส่วนเรื่อง Youtube ที่ผมจะพูดภาษาอังกฤษให้ฟังนั้นขอเวลาอีกหน่อยน่ะครับ ขอหาสถานที่ถ่ายทำงามๆ ก่อน

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 6 : รู้จักการเลียนแบบน้ำเสียง แล้วนำไปใช้

ตอนที่ 6 : รู้จักการเลียนแบบน้ำเสียง แล้วนำไปใช้
เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ   pantip.com
ลิงค์บทความ :   http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10586407/K10586407.html
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ

ต่อน่ะครับ
จากที่ผมได้โพสไว้ในข้อความก่อนหน้านี้ ผมลืมเน้นไปว่า ท่านผู้อ่านจะต้องรู้จักการเลียนแบบน้ำเสียง การใช้คำพูดของผู้พูดที่ผู้อ่านได้ยินมา แล้วนำไปใช้ และต่อยอดจากคุณ Pilkyo_Oilly น่ะครับ ใครก็ตามที่ไม่ได้มีโอกาสอยู่สภาพแวดล้อมที่มีคนพูดภาษาอังกฤษด้วยนั้น ผมแนะนำให้ไปลงเรียนตามสถาบันภาษา เพื่อเป็นทางระบาย (output) จากสิ่งที่ท่านผู้อ่านได้ศึกษามา เพื่อให้ได้เกิดการโต้ตอบเป็นภาษาอังกฤษในชิวิตจริง

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 5 : การหาวัตถุดิบ หรือ Input(2)

ตอนที่ 5 :    การหาวัตถุดิบ หรือ Input(2)
เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ http://www.pantip.com
ลิงค์บทความ :  http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10586407/K10586407.html
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ

"เรื่องของ Input ภาคต่อ"
ข้อความข้างล่างต่อไปนี้คือตัวอย่าง Diary ที่ผมทำขึ้นมาอย่างง่ายๆ   ผมไม่ได้เขียนเองแต่อย่างใด แต่ผมต้องการสาธิตให้ท่านผู้อ่านเห็นว่าการเรียนภาษาอังกฤษจากสภาวะแวดล้อมที่ใกล้ตัวเรานั้นง่ายแค่ไหนและมีความสำคัญเช่นไร

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 4 : การหาวัตถุดิบ(หนังสือ อินเตอร์เน็ต คน และแรงบันดาลใจ)

ตอนที่ 4 : การหาวัตถุดิบ(หนังสือ อินเตอร์เน็ต คน และแรงบันดาลใจ)
เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ http://www.pantip.com
ลิงค์บทความ :    http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10586407/K10586407.html
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ
     I just can't seem to take my attention way from Pantip and I found myself constantly checking for feedback and respondes to this thread. I m super happy that there are many people here showing interest in my appoaches to learning the English language.

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 3 : การพูดอ่านและเขียนมีหลักการเดียวกัน

ตอนที่ 3 : การพูดอ่านและเขียนมีหลักการเดียวกัน
เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ     www.pantip.com
ลิงค์บทความ :   http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10586407/K10586407.html
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ

"พูดอ่านและเขียนมีหลักการเดียวกัน"
พูด งูๆปลาๆ พูดได้ไม่ยาก แต่จะพูดให้เหมือนเจ้าของภาษาทั้งการใช้สำนวนและการใช้คำให้หลากหลายต้องพยายามครับ ส่วนการอ่านมีระดับความง่ายกว่าการเขียนแน่นอนอยู่แล้วครับ เพราะ เราเป็นผู้ตีความ เราไม่ได้เป็นผู้ถ่ายทอด เป็นเรื่องธรรมชาติ คนไทยพูดภาษาไทยกันทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าถูกหลักอักขระ เช่นเดียวกัน คนไทยหลายคน เขียนภาษาไทยไม่มีความสละสลวย (อย่างผมเป็นต้น ในบางครั้ง) แต่ ที่เขียนไม่ได้ีดี เพราะ

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 2 : อุปกรณ์และขั้นตอนในการเรียน(ด้วยตัวเอง)

ตอนที่ 2 : อุปกรณ์และขั้นตอนในการเรียน(ด้วยตัวเอง)

เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ http://www.pantip.com
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ

หากท่านผู้อ่านเลือกที่จะพูดให้เป็นธรรมชาติที่สุด แล้วอ่านต่อไปได้เลยครับ อุปกรณ์ในการเรียนวิธีผม
1. ซื้อ Longman Dictionary ที่มี CD แถมมาให้ สำหรับใช้ในคอม สำหรับ CD ตัวนี้จะมีการออกเสียงให้ทั้งที่เป็นแบบ อเมริกันและอังกฤษ ใครอยากได้สำเนียงไหนเืลือกฟังได้ตามใจชอบเลยครับ

2. เข้าใจวัฒนธรรมของเด็กประถมฝรั่งให้ได้ เนื่องจากเราอยู่เมืองไทย สิ่งแวดล้อมก็มีแต่ภาษาำไทยๆๆ ตลอดเวลาไม่ใช่ว่าจะต้องหาคนพูดอังกฤษด้วยน่ะครับ แต่ตอนนี้ท่านผู้อ่านเป็นเด็กฝรั่งตัวเล็กๆ เพิ่งเข้า Grade 1 ที่นี่สิ่งที่จะต้องทำคือ เข้าใจวัฒนธรรมของเด็กประถมฝรั่งให้ได้ ผมใช้แง่คิดในเชิงจิตวิทยาในการเรียนภาษา เหตุผลนั้นคือ เราต้องการใช้ภาษาอังกฤษจากมุมมองของเจ้าของภาษาเท่านั้น การเข้าใจจิตวิทยาการใช้ภาษาจะทำให้เราเข้าในวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษาได้ดีขึ้น และทำให้การเข้าใจดีมากขึ้นตามมา 

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 1 : ให้ทุกคนคิดว่าตัวเองเป็นเด็กฝรั่งที่กำลังเริ่มหัดพูด หัดอ่าน หัดเขียน

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา

ตอนที่ 1 :    ให้ทุกคนคิดว่าตัวเองเป็นเด็กฝรั่งที่กำลังเริ่มหัดพูด หัดอ่าน หัดเขียน

ตอนที่ 2 :    อุปกรณ์และขั้นตอนในการเรียน(ด้วยตัวเอง)

ตอนที่ 3 :    การพูดอ่านและเขียนมีหลักการเดียวกัน 

ตอนที่ 4 :    การหาวัตถุดิบ(หนังสือ อินเตอร์เน็ต คน และแรงบันดาลใจ) 

ตอนที่ 5 :    การหาวัตถุดิบ หรือ Input(2) 

ตอนที่ 6 :    รู้จักการเลียนแบบน้ำเสียง แล้วนำไปใช้ 

ตอนที่ 7 :    สิ่งที่ควรรู้ในการเรียนภาษาอังกฤษ 

ตอนที่ 8 :    มาต่อที่เรื่องของวัตถุดิบ หรือ Input(3)

ตอนที่ 9 :    ยังคงอยู่ที่เรื่องของวัตถุดิบ หรือ Input(4) 

ตอนที่ 10 :  ประสบการณ์การทดลองส่วนตัวในการเรียนภาษาอังกฤษ


เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ  pantip.com
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ


     ก่อน อื่น ผมขอเเนะนำตัวก่อนน่ะครับว่า ผมเรียนโรงเรียนไทยตั้งแต่อนุบาลจนจบ ม.6 เพิ่งเริ่มมาเรียนในระบบการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษตอน มหาวทิยาลัย ถึงแม้หลายๆคนอาจจะมองว่าผมได้เปรียบเรื่องสิ่งแวดล้อม ผมขอบอกเลยว่า จะพูดได้ไม่ได้ อยู่ที่ตัวเราเอง มหาวิทยาลัยอินเตอร์ที่ผมเรียนนั้น มีแต่นักเรียนไทย อาจารย์ที่สอนเป็นคนไทยปนๆ กับอาจารย์ประเทศเพื่อนบ้าน เนื้อหาการเรียนการสอนดีครับ แต่ภาษาอังกฤษ ที่อาจารย์ใช้ เหมือนให้ฝรั่งที่พูดไทยพอถูไถมาสอน หนังสือคนไทยยังไงอย่างงั้น 

เมื่อต้องอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ถึงชอบบงการชีวิตลูก

เรื่องนี้น่าสนใจมากๆสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่ค่ะ   เด็กๆก็อ่านได้ค่ะ ทำให้เราเข้าใจคุณพ่อคุณแม่มากขึ้น
เอามาจากเว็บพันทิป ห้องชานเรือน     บทความเขียนโดยคุณครูเจนค่ะ
ลิงค์บทความ :     http://www.pantip.com/cafe/family/topic/N10738870/N10738870.html


" มีครั้งนึงตอนที่เจนพาเด็กไปเข้าค่ายก็มีเด็กคนนึงสมมุติชื่อหนูไอซ์แล้วกันเข้ามาหามาปรึกษาเจน

หนูไอซ์บ่นให้ฟังบอกว่าพ่อกับแม่เธอวางแผน ตีกรอบ ชี้นำ (จริงๆก็คือบงการ)ชิวิตเธอแทบทุกอย่าง
พ่อกำหนดไว้หมดว่าเธอจะต้องเรียนอนุบาลประถมมัธยมที่ไหน จบแล้วต้องไปต่ออะไร แม่เธอก็คอยกำหนดว่าต้องเริ่มเรียนบัลเลต์ เรียนเปียโนตอนอายุเท่านั้นเท่านี้ แล้วก็เรื่องอื่นๆอีกสารพัด

แล้วเธอก็ถามเจนว่า "ทำไมพ่อแม่ถึงชอบบงการชีวิตลูก พ่อแม่หนูปกติหรือเปล่าครู"

(เรท)เกย์ ไม่เกย์ อ่านสักนิดครับ เอดส์....เรื่องใกล้ตัวมาก

*** โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน ***

เรื่องราวทั้งหมดเรานำมาจากเว็บ www.pantip.com นะคะ
เนื้อหาในนี้ไม้ได้ต้องการสร้างความเกลียดชังเกย์นะคะ เพราะเราก็มีเพื่อนเกย์เยอะพอสมควร ได้รู้เรื่องราวของพวกเค้าที่บางคนทำตัวเสี่ยงจริง แต่บางคนก็ป้องกันตัวดี และหลายๆคนที่มีนิสัยดีและน่ารักพอสมควร
วัตถุประสงค์ของเราคือต้องการให้ทุกคนรับรู้เรื่องราวบางส่วนของโรคเอดส์ ที่มันอาจจะไม่ได้อยู่ไกลตัวเราเลย
ลิงค์บทความ : http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L10655304/L10655304.html