แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเรียน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเรียน แสดงบทความทั้งหมด

คำคมจากคนดัง(Famouse Quote)

"We live in an age when pizza gets to your home before the police."
Jeff Marder
เราอยู่ในยุคที่พิซซ่ายังมาเร็วกว่าตำรวจซะอีก(พูดได้โดนใจจัง)


Do not worry about your difficulties in Mathematics. I can assure you mine are still greater.
Albert Einstein
อย่าได้เป็นกังวลเกี่ยวกับความยากของคณิตศาตร์เลย  เพราะผมแน่ใจว่าคุณก็เป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่(หรือคนสำคุญ)ได้(ถึงคุณไม่เก่งคณิตศาตร์ แต่คุณก็สามารถเป็นผู้ยิ่งใหญ่ได้)
(...ปะโยคนี้ไอสไตน์พูดแล้ว ก็มีคนตีความไปต่างๆนานา บ้างก็ว่าเพราะเค้ามีปัญหากับคณิตศาตร์(ที่คงจะยากกว่าคนทั่วไป) เลยทำให้พูดแบบนี้  เพื่อบอกว่าไม่ใช่แค่คุณนะที่มีปัญหากับเลข ผมก็มี(แถมของผมยากกว่าอีก) บ้างก็ว่าไม่ใช่ Einstein หมายความอีกแบบ
ลองดูที่เค้าแลกเปลี่ยนความเห็นได้ที่ : http://www.askamathematician.com/?p=541  ค่ะ)

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 10 : ประสบการณ์การทดลองส่วนตัวในการเรียนภาษาอังกฤษ

ตอนที่ 10  :   ประสบการณ์การทดลองส่วนตัวในการเรียนภาษาอังกฤษ
เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ http://www.pantip.com
ลิงค์บทความ :    http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10586407/K10586407.html
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านอีกครั้งน่ะครับ สำหรับบทความวันนี้จะเป็นเรื่องราวการทดลองของผมกับเพื่อนที่มหาลัย เมื่อหลายปีก่อน ในตอนนี้ผมจะยังไม่กล่าวถึงเรื่อง Input หรือ Output น่ะครับแต่จะเป็นการเล่าประสบการณ์การทดลองส่วนตัวในการเรียนภาษาอังกฤษของผมเอง

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 9 : มาต่อที่เรื่องของวัตถุดิบ หรือ Input(4)

ตอนที่ 9 :    มาต่อที่เรื่องของวัตถุดิบ หรือ Input(4)
เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ www.pantip.com
ลิงค์บทความ : http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10586407/K10586407.html
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ


สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ในตอนนี้ที่ผมจะกล่าวต่อไปนี้นั้น ผมจะยังคงอยู่ที่เรื่องของ Input น่ะครับ แต่ก่อนที่ผมลงไปในรายละเอียอดอีกนั้น ผมขอย้ำให้ท่านผู้อ่านนั้นจะต้องพึงระลึกไว้ตลอดระหว่างเวลาการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองก่อนน่ะครับว่า ทุกๆอย่างนั้นจะต้องอาศัยเวลาและความเอาใจใส่

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 8 : มาต่อที่เรื่องของวัตถุดิบ หรือ Input(3)

ตอนที่ 8 :    มาต่อที่เรื่องของวัตถุดิบ หรือ Input(3)
เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ www.pantip.com
ลิงค์บทความ :    http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10586407/K10586407.html
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ

มาต่อที่เรื่องของ Input ต่อน่ะครับที่ผมยังกล่าวไม่จบจากครั้งก่อนๆ คราวนี้ นอกจากความสำคัญของการ ศึกษารูปประโยคและ การเลียนแบบการพูดการจา ของเจ้าของภาษาแล้วนั้น เรายังจะต้องมีการศึกษาหาความรู้ด้านวิชาการโดยใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมดเป็นสื่อการเรียนการรู้ครับ ท่านผู้อ่านสังเกตนะครับ เด็กไทยที่เรียนโรงเรียน นานาชาติย่อมได้ความสามารถทางภาษาอังกฤษที่รวดเร็วกว่า เด็กไทยที่เรียนโรงเรียนมาทั้งชีวิต แต่ไม่ได้หมายความว่าท่านผู้อ่านหรือผมเองจะไม่มีวันทำได้อย่างผู้ที่เรียน ต่างประเทศหรือนานาชาติมาน่ะครับ ผมจะตั้งข้อสังเกตให้ท่านผู้อ่านดูสักสองสามตัวอย่างน่ะครับ

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 7 : สิ่งที่ควรรู้ในการเรียนภาษาอังกฤษ

ตอนที่ 7 :     สิ่งที่ควรรู้ในการเรียนภาษาอังกฤษ
เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ  pantip.com
ลิงค์บทความ :   http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10586407/K10586407.html
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ

สวัสดีครับ ท่านผู้อ่านทุกท่าน ผมขอภัยด้วยที่หายไปวันสองวัน เพราะมีภาระกิจที่จะต้องทำอยู่หลายอย่างด้วยกัน และก็ขอขอบคุณทุกๆคนเลยน่ะครับที่ช่วยกันโหวตเพื่อไม่ให้กระทู้หล่น เพื่อที่ท่านผู้อ่านท่านอื่นๆจะได้กระทู้ของผมได้ง่ายๆ จะได้แบ่งปันประสบการณ์ในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยกัน ส่วนเรื่อง Youtube ที่ผมจะพูดภาษาอังกฤษให้ฟังนั้นขอเวลาอีกหน่อยน่ะครับ ขอหาสถานที่ถ่ายทำงามๆ ก่อน

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 6 : รู้จักการเลียนแบบน้ำเสียง แล้วนำไปใช้

ตอนที่ 6 : รู้จักการเลียนแบบน้ำเสียง แล้วนำไปใช้
เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ   pantip.com
ลิงค์บทความ :   http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10586407/K10586407.html
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ

ต่อน่ะครับ
จากที่ผมได้โพสไว้ในข้อความก่อนหน้านี้ ผมลืมเน้นไปว่า ท่านผู้อ่านจะต้องรู้จักการเลียนแบบน้ำเสียง การใช้คำพูดของผู้พูดที่ผู้อ่านได้ยินมา แล้วนำไปใช้ และต่อยอดจากคุณ Pilkyo_Oilly น่ะครับ ใครก็ตามที่ไม่ได้มีโอกาสอยู่สภาพแวดล้อมที่มีคนพูดภาษาอังกฤษด้วยนั้น ผมแนะนำให้ไปลงเรียนตามสถาบันภาษา เพื่อเป็นทางระบาย (output) จากสิ่งที่ท่านผู้อ่านได้ศึกษามา เพื่อให้ได้เกิดการโต้ตอบเป็นภาษาอังกฤษในชิวิตจริง

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 5 : การหาวัตถุดิบ หรือ Input(2)

ตอนที่ 5 :    การหาวัตถุดิบ หรือ Input(2)
เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ http://www.pantip.com
ลิงค์บทความ :  http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10586407/K10586407.html
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ

"เรื่องของ Input ภาคต่อ"
ข้อความข้างล่างต่อไปนี้คือตัวอย่าง Diary ที่ผมทำขึ้นมาอย่างง่ายๆ   ผมไม่ได้เขียนเองแต่อย่างใด แต่ผมต้องการสาธิตให้ท่านผู้อ่านเห็นว่าการเรียนภาษาอังกฤษจากสภาวะแวดล้อมที่ใกล้ตัวเรานั้นง่ายแค่ไหนและมีความสำคัญเช่นไร

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 4 : การหาวัตถุดิบ(หนังสือ อินเตอร์เน็ต คน และแรงบันดาลใจ)

ตอนที่ 4 : การหาวัตถุดิบ(หนังสือ อินเตอร์เน็ต คน และแรงบันดาลใจ)
เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ http://www.pantip.com
ลิงค์บทความ :    http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10586407/K10586407.html
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ
     I just can't seem to take my attention way from Pantip and I found myself constantly checking for feedback and respondes to this thread. I m super happy that there are many people here showing interest in my appoaches to learning the English language.

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 3 : การพูดอ่านและเขียนมีหลักการเดียวกัน

ตอนที่ 3 : การพูดอ่านและเขียนมีหลักการเดียวกัน
เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ     www.pantip.com
ลิงค์บทความ :   http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K10586407/K10586407.html
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ

"พูดอ่านและเขียนมีหลักการเดียวกัน"
พูด งูๆปลาๆ พูดได้ไม่ยาก แต่จะพูดให้เหมือนเจ้าของภาษาทั้งการใช้สำนวนและการใช้คำให้หลากหลายต้องพยายามครับ ส่วนการอ่านมีระดับความง่ายกว่าการเขียนแน่นอนอยู่แล้วครับ เพราะ เราเป็นผู้ตีความ เราไม่ได้เป็นผู้ถ่ายทอด เป็นเรื่องธรรมชาติ คนไทยพูดภาษาไทยกันทุกวันนี้ไม่ใช่ว่าถูกหลักอักขระ เช่นเดียวกัน คนไทยหลายคน เขียนภาษาไทยไม่มีความสละสลวย (อย่างผมเป็นต้น ในบางครั้ง) แต่ ที่เขียนไม่ได้ีดี เพราะ

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 2 : อุปกรณ์และขั้นตอนในการเรียน(ด้วยตัวเอง)

ตอนที่ 2 : อุปกรณ์และขั้นตอนในการเรียน(ด้วยตัวเอง)

เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ http://www.pantip.com
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ

หากท่านผู้อ่านเลือกที่จะพูดให้เป็นธรรมชาติที่สุด แล้วอ่านต่อไปได้เลยครับ อุปกรณ์ในการเรียนวิธีผม
1. ซื้อ Longman Dictionary ที่มี CD แถมมาให้ สำหรับใช้ในคอม สำหรับ CD ตัวนี้จะมีการออกเสียงให้ทั้งที่เป็นแบบ อเมริกันและอังกฤษ ใครอยากได้สำเนียงไหนเืลือกฟังได้ตามใจชอบเลยครับ

2. เข้าใจวัฒนธรรมของเด็กประถมฝรั่งให้ได้ เนื่องจากเราอยู่เมืองไทย สิ่งแวดล้อมก็มีแต่ภาษาำไทยๆๆ ตลอดเวลาไม่ใช่ว่าจะต้องหาคนพูดอังกฤษด้วยน่ะครับ แต่ตอนนี้ท่านผู้อ่านเป็นเด็กฝรั่งตัวเล็กๆ เพิ่งเข้า Grade 1 ที่นี่สิ่งที่จะต้องทำคือ เข้าใจวัฒนธรรมของเด็กประถมฝรั่งให้ได้ ผมใช้แง่คิดในเชิงจิตวิทยาในการเรียนภาษา เหตุผลนั้นคือ เราต้องการใช้ภาษาอังกฤษจากมุมมองของเจ้าของภาษาเท่านั้น การเข้าใจจิตวิทยาการใช้ภาษาจะทำให้เราเข้าในวัฒนธรรมของ เจ้าของภาษาได้ดีขึ้น และทำให้การเข้าใจดีมากขึ้นตามมา 

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา ตอนที่ 1 : ให้ทุกคนคิดว่าตัวเองเป็นเด็กฝรั่งที่กำลังเริ่มหัดพูด หัดอ่าน หัดเขียน

พูดภาษาอังกฤษให้ดี แนวจิตวิทยา

ตอนที่ 1 :    ให้ทุกคนคิดว่าตัวเองเป็นเด็กฝรั่งที่กำลังเริ่มหัดพูด หัดอ่าน หัดเขียน

ตอนที่ 2 :    อุปกรณ์และขั้นตอนในการเรียน(ด้วยตัวเอง)

ตอนที่ 3 :    การพูดอ่านและเขียนมีหลักการเดียวกัน 

ตอนที่ 4 :    การหาวัตถุดิบ(หนังสือ อินเตอร์เน็ต คน และแรงบันดาลใจ) 

ตอนที่ 5 :    การหาวัตถุดิบ หรือ Input(2) 

ตอนที่ 6 :    รู้จักการเลียนแบบน้ำเสียง แล้วนำไปใช้ 

ตอนที่ 7 :    สิ่งที่ควรรู้ในการเรียนภาษาอังกฤษ 

ตอนที่ 8 :    มาต่อที่เรื่องของวัตถุดิบ หรือ Input(3)

ตอนที่ 9 :    ยังคงอยู่ที่เรื่องของวัตถุดิบ หรือ Input(4) 

ตอนที่ 10 :  ประสบการณ์การทดลองส่วนตัวในการเรียนภาษาอังกฤษ


เนื้อหาทั้งหมดนี้เรานำมาจากบทความของคุณ คนบ้านเดียวกัน บนเว็บ  pantip.com
ต้องขอขอบคุณคุณ "คนบ้านเดียวกัน" จริงๆที่นำบทความดีๆแบบนี้มาแบ่งปันค่ะ


     ก่อน อื่น ผมขอเเนะนำตัวก่อนน่ะครับว่า ผมเรียนโรงเรียนไทยตั้งแต่อนุบาลจนจบ ม.6 เพิ่งเริ่มมาเรียนในระบบการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษตอน มหาวทิยาลัย ถึงแม้หลายๆคนอาจจะมองว่าผมได้เปรียบเรื่องสิ่งแวดล้อม ผมขอบอกเลยว่า จะพูดได้ไม่ได้ อยู่ที่ตัวเราเอง มหาวิทยาลัยอินเตอร์ที่ผมเรียนนั้น มีแต่นักเรียนไทย อาจารย์ที่สอนเป็นคนไทยปนๆ กับอาจารย์ประเทศเพื่อนบ้าน เนื้อหาการเรียนการสอนดีครับ แต่ภาษาอังกฤษ ที่อาจารย์ใช้ เหมือนให้ฝรั่งที่พูดไทยพอถูไถมาสอน หนังสือคนไทยยังไงอย่างงั้น 

ข้อดีของการเรียนมหาวิทยาลัย ภาคเสาร์ - อาทิตย์

     เท้าความเมื่อปี พ.ศ.2548  ตอนนั้นที่เจ้าของบล็อกจะต้องเลือกว่าจะเรียนมหาลัยใหน
ตากับยายเค้าต้องการให้เจ้าของบล็อกเป็นพยาบาลเพื่อจะได้อยู่ใกล้ๆบ้าน แถมเจ็บไข้ก็ดูแลท่านได้  และสำหรับคนสมัยก่อนเค้าคิดว่าอาชีพรับราชการเป็นอาชีพที่มีเกียรติ
เจ้าของบล็อกก็เลยทำตามบัญชา  เอาผลเอ็นท์ไปยื่นที่สารธารณสุขและเข้าฝึกงานพร้อมกับเพื่อนในรุ่นเพื่อรับการคัดเลือกจากทางพยาบาลค่ะ(อย่าเพิ่งคิดว่าท่านตาท่านยายของเราเป็นเผด็จการนะคะ เพียงแต่ตอนนั้นเรายังไม่แน่ใจว่าอยากเป็น อยากเรียนอะไรกันแน่ และอารมร์ตอนนั้นอยากอยู่ใกล้บ้าน กลัวคิดถึงตากับยายก็เลยเลือกทำตามที่ท่านแนะนำ)